Emperorengineering

Our Projects

Emperor engineering

น้ำยาเคมี / น้ำยาล้างระบบ

บริการติดตั้ง ซ่อมบำรุง และจำหน่ายอะไหล่ระบบทำความเย็นครบวงจร
ดูแลตั้งแต่การออกแบบจนถึงการใช้งานจริง

น้ำยาเคมี / น้ำยาล้างระบบ

FFU-164

FFU-164

SURFACT 651

SURFACT 651

POSSA 6321

POSSA 6321

POSSA-6321

R-141B

R-141B

F-9000

F-9000

SCSE-100

SCSE-100

สำหรับการล้างระบบชิลเลอร์ (Chiller Chemical Cleaning) โดยปกติจะแบ่งน้ำยาออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ตามขั้นตอนการทำงาน เพื่อขจัดตะกรัน สนิม และเมือกจุลินทรีย์ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดและปลอดภัยต่อเครื่องชิลเลอร์ ข้อมูลรายละเอียดสินค้าแบบเต็มมักจะอ้างอิงตามมาตรฐานการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน

 

1. น้ำยาขจัดตะกรันและสนิม (Main Descaling Chemical) ส่วนใหญ่จะใช้สารกลุ่ม Sulfamic Acid Base หรือ Organic Acid ที่มีความเข้มข้นสูงแต่ควบคุมการกัดกร่อนได้ดี

  • ส่วนประกอบหลัก: Sulfamic Acid, Surfactants (สารลดแรงตึงผิว), และ Corrosion Inhibitors (สารยับยั้งการกัดกร่อน)
  • ลักษณะทางกายภาพ: ของเหลวใส หรือสีเหลืองอ่อน (บางยี่ห้อมีตัวบ่งชี้สีหรือ Color Indicator เมื่อน้ำยาเสื่อมสภาพ)
  • คุณสมบัติทางเทคนิค:
    • ค่า pH (เข้มข้น): $1.0 – 2.0$
    • การทำงาน: ทำปฏิกิริยากับ Calcium Carbonate ($CaCO_3$) ให้กลายเป็นสารละลายน้ำ และสลาย Iron Oxide (สนิม)
    • ความปลอดภัยต่อวัสดุ: มีสารเคลือบผิวโลหะ (Metal Protector) ป้องกันการกัดกร่อนท่อทองแดง เหล็กหล่อ และสแตนเลส (ขึ้นอยู่กับสูตร)

2. น้ำยาฆ่าเชื้อและขจัดเมือกแบคทีเรีย (Biocide & Slime Remover) ใช้สำหรับกำจัด “Bio-fouling” ที่เป็นฉนวนกั้นการถ่ายเทความร้อนได้แย่ยิ่งกว่าตะกรันหินปูน

  • ประเภท: Non-Oxidizing Biocide (ไม่กัดกร่อนโลหะ)
  • คุณสมบัติ:
    • แทรกซึมเข้าทำลายโครงสร้างของตะไคร่น้ำและเมือกเลน (Slime)
    • ควบคุมเชื้อแบคทีเรีย Legionella ซึ่งมักพบในหอระบายน้ำเย็น
    • ช่วยให้สารขจัดตะกรันทำงานได้ถึงพื้นผิวโลหะได้ดีขึ้น

3. น้ำยาปรับสภาพผิวและเคลือบกันสนิม (Passivation & Neutralizer) เป็นขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญที่สุด เพื่อป้องกัน “Flash Rust” หรือการเกิดสนิมทันทีหลังล้างกรด

  • ส่วนประกอบ: Sodium Carbonate หรือ Alkali Phosphate
  • คุณสมบัติ:
    • Neutralization: ปรับค่า pH ในระบบให้กลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ ($7.0 – 8.5$)
  • Passivation: สร้างฟิล์มโมเลกุลขนาดเล็ก (Micron film) เคลือบผิวทองแดงและเหล็ก เพื่อชะลอการกัดกร่อนจากออกซิเจนในน้ำ

ข้อกำหนดทางเทคนิคและการใช้งาน (Technical Specification)

รายละเอียด ค่ามาตรฐาน / คำแนะนำ
อัตราส่วนการผสม
1:10 ถึง 1:20 (ขึ้นอยู่กับความหนาของตะกรัน)
ระยะเวลาหมุนเวียนน้ำ
4 – 8 ชั่วโมง (ห้ามแช่ทิ้งไว้ข้ามคืนโดยไม่หมุนเวียน)
อุณหภูมิที่เหมาะสม
ไม่ควรเกิน 50°C (เพื่อป้องกัน Inhibitor เสื่อมสภาพ)
การทดสอบความสะอาด
สังเกตจากค่า pH ที่คงที่ หรือฟองก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่หยุดเกิด

เอกสารประกอบที่ต้องมี (Essential Documents) เมื่อคุณสั่งซื้อน้ำยาเหล่านี้ สินค้าแบบ “เต็มรูปแบบ” จะต้องมีเอกสารดังนี้:

  1. MSDS (Material Safety Data Sheet): ข้อมูลความปลอดภัยและการปฐมพยาบาล
  2. COA (Certificate of Analysis): ใบรับรองผลการวิเคราะห์สารเคมีแต่ละล็อต
  3. Product Data Sheet: วิธีการใช้งานและอัตราส่วนที่ถูกต้อง

หลักการทำงาน

หลักการทำงานของน้ำยาเคมีล้างระบบชิลเลอร์ ไม่ใช่แค่การกัดกร่อน แต่เป็นการใช้ ปฏิกิริยาทางเคมีเฉพาะเจาะจง เพื่อเปลี่ยนสถานะของสิ่งสกปรกจาก “ของแข็ง” ให้กลายเป็น “สารละลาย”

 

1. การแทรกซึมและทำให้แตกตัว (Penetration & Dispersing) เมื่อน้ำยาถูกหมุนเวียน (Circulate) เข้าไปในระบบ สารลดแรงตึงผิว (Surfactants) ในน้ำยาจะทำหน้าที่ลดแรงยึดเหนี่ยวระหว่างคราบสกปรกกับผิวท่อ

  • ราบเมือก (Slime): น้ำยาจะแทรกซึมเข้าไปใต้ชั้นเมือกแบคทีเรีย ทำให้มันพองตัวและหลุดลอกออกมาเป็นแผ่นเล็กๆ
  • คราบน้ำมัน: หากมีคราบน้ำมันปนเปื้อน น้ำยาจะล้อมรอบโมเลกุลน้ำมัน (Emulsification) เพื่อให้หลุดออกมาพร้อมน้ำ

2. การทำปฏิกิริยาละลายตะกรัน (Chemical Dissolution) นี่คือขั้นตอนสำคัญที่สุด โดยใช้ปฏิกิริยาระหว่าง กรด (Acid) กับ ด่าง (Base/Carbonate)

  • สมการเคมี: ตะกรันหินปูนส่วนใหญ่คือ Calcium Carbonate ($CaCO_3$) เมื่อเจอกับกรดในน้ำยาจะเกิดปฏิกิริยา:
    $$CaCO_3 + 2H^+ \rightarrow Ca^{2+} + H_2O + CO_2 \uparrow$$
  • ผลลัพธ์: หินปูนที่แข็งเกาะท่อจะละลายกลายเป็นแคลเซียมไอออนในน้ำ และคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา (เราจึงเห็นฟองฟู่ขณะล้าง)

3. การปกป้องพื้นผิว (Corrosion Inhibition) ในขณะที่กรดกำลังละลายตะกรัน สารยับยั้งการกัดกร่อน (Corrosion Inhibitor) ในน้ำยาจะทำงานควบคู่กันไป

  • หลักการ: สารนี้จะเข้าไปจับตัวกับผิวโลหะที่สะอาดแล้วทันที เพื่อสร้างเป็นฟิล์มบางๆ (Thin film layer) กั้นไม่ให้กรดเข้าไปทำปฏิกิริยากับเนื้อโลหะโดยตรง
  • เป้าหมาย: เพื่อให้แน่ใจว่าน้ำยาจะกัดเฉพาะ “ตะกรัน” แต่ไม่กัด “ท่อทองแดง”

4. การพาสซิเวชัน (Passivation) หลังจากล้างกรดและล้างน้ำสะอาดออกหมดแล้ว ผิวโลหะจะอยู่ในสภาวะ “Active” ซึ่งไวต่อการเกิดสนิมมาก (Flash Rust)

  • การทำงาน: การเติมน้ำยาพาสซิเวท (ซึ่งเป็นด่างอ่อนๆ) จะช่วยปรับสภาพผิวโลหะให้มีความเสถียร (Passive state) โดยสร้างชั้นออกไซด์บางๆ ที่แข็งแรงเคลือบผิวท่อไว้ เพื่อป้องกันออกซิเจนในน้ำเข้าทำลายผิวท่อในระยะยาว

สรุปวงจรการทำงาน (Cleaning Cycle)

  1. Preparation: ตัดแยกระบบและต่อปั๊มหมุนเวียนภายนอก
  2. Circulation: หมุนเวียนน้ำยาผสมน้ำตามสัดส่วน (ตรวจเช็คค่า pH ทุก 30-60 นาที)
  3. Neutralization: เมื่อตะกรันหมด (ค่า pH นิ่ง) ให้ถ่ายน้ำยาทิ้งและเติมตัวปรับสภาพน้ำเป็นกลาง
  4. Flushing: ล้างด้วยน้ำสะอาดจนใส
  5. Protection: เติมน้ำยาเคลือบผิวเพื่อจบงาน
beforefooter

กำลังมองหาระบบชิลเลอร์ เครื่องทำความเย็น
หรือห้องเย็นที่เชื่อถือได้อยู่ใช่ไหม?

ติดต่อเราวันนี้ เพื่อรับคำปรึกษาและประเมินหน้างานเบื้องต้นฟรี
เราพร้อมดูแลให้ระบบของคุณทำงานได้อย่างต่อเนื่องและคุ้มค่าที่สุด

Scroll to Top