Emperor engineering
Compressor
บริการติดตั้ง ซ่อมบำรุง และจำหน่ายอะไหล่ระบบทำความเย็นครบวงจร
ดูแลตั้งแต่การออกแบบจนถึงการใช้งานจริง
Compressor
คอมเพรสเซอร์ COPELAND
คอมเพรสเซอร์ COPELAND TAMDEM
คอมเพรสเซอร์ HANBELL TYPE RC2
คอมเพรสเซอร์ HANBELL TYPE RG
คอมเพรสเซอร์ HANBELL TYPE RT
คอมเพรสเซอร์ Carrier
คอมเพรสเซอร์ Bock
Compressor (คอมเพรสเซอร์) ก็คือ “หัวใจ” ของระบบทำความเย็น เพราะเป็นตัวขับเคลื่อนสารทำความเย็นให้ไหลเวียนไปทั่วระบบ
ประเภทของอะไหล่ชิลเลอร์ที่จำเป็น
1. แบบโรตารี่ (Rotary Compressor) — จำเป็นสำหรับ: แอร์บ้านทั่วไปเป็นประเภทที่พบเห็นได้มากที่สุดในเครื่องปรับอากาศขนาดเล็ก (9,000 – 30,000 BTU)
- จุดเด่น: ราคาประหยัด, ขนาดเล็ก, ติดตั้งและดูแลรักษาง่าย
- ความเหมาะสม: เหมาะกับห้องนอน ห้องนั่งเล่น ในบ้านพักอาศัย
- ข้อจำกัด: ไม่ค่อยทนต่อแรงดันที่สูงมากๆ ในระบบขนาดใหญ่
2. แบบสโครล (Scroll Compressor) — จำเป็นสำหรับ: ออฟฟิศและแอร์ขนาดกลางใช้การหมุนของใบพัดรูปก้นหอย 2 ชิ้นประกบกัน
- จุดเด่น: ทำงานเงียบมาก (เงียบกว่าโรตารี่), สั่นสะเทือนน้อย, ประสิทธิภาพพลังงานสูง
- ความเหมาะสม: เหมาะกับแอร์แขวนใต้ฝ้า, แอร์ตั้งพื้น หรือระบบที่ต้องการความเงียบและประสิทธิภาพสูงในระยะยาว
- ความจำเป็น: หากคุณทำออฟฟิศหรือร้านอาหารที่ต้องเปิดแอร์นานๆ ตัวนี้คือคำตอบครับ
3. แบบลูกสูบ (Reciprocating Compressor) — จำเป็นสำหรับ: ตู้เย็นและห้องเย็นทำงานคล้ายเครื่องยนต์รถยนต์ มีกระบอกสูบและวาล์ว
- จุดเด่น: ทนทานต่อสภาพอากาศร้อนจัดได้ดีมาก, ซ่อมแซมชิ้นส่วนภายในได้ง่ายกว่าแบบอื่น
- ความเหมาะสม: ตู้เย็น, ตู้แช่แข็ง, ห้องเย็นอุตสาหกรรม
- ความจำเป็น: ในงานที่ต้องการ “ความถึก” และต้องทำอุณหภูมิต่ำมากๆ (ติดลบ) แบบลูกสูบยังคงเป็นมาตรฐานที่จำเป็น
4. ระบบที่ “จำเป็น” ที่สุดในยุคนี้: Inverter Compressor ไม่ว่าคอมเพรสเซอร์จะเป็นประเภทไหน (โรตารี่หรือสโครล) สิ่งที่กลายเป็นความจำเป็นในปัจจุบันคือระบบ Inverter ครับ:
- Inverter: ปรับความเร็วรอบได้ตามความเย็นจริง (เหมือนเราขับรถด้วยความเร็วคงที่) ประหยัดไฟกว่า 30-50%
- Non-Inverter: ทำงานแบบ ตัด/ต่อ (เหมือนขับรถแบบเหยียบคันเร่งสุดแล้วเบรก) เปลืองไฟและอุณหภูมิไม่นิ่ง
การติดตั้งและคำแนะนำทางเทคนิค
1. การติดตั้งทางกายภาพ (Physical Installation)
- ฐานราก (Foundation): ต้องติดตั้งบนพื้นผิวที่แข็งแรงและได้ระดับระนาบ (Level) 100% หากเอียงจะทำให้น้ำมันหล่อลื่นในคอมเพรสเซอร์กองอยู่ฝั่งเดียว ส่งผลให้กลไกภายในสึกหรอเร็ว
- การลดแรงสั่นสะเทือน (Vibration Isolation): * ต้องติดตั้ง ลูกยางรองขา (Rubber Mounts) เพื่อลดการส่งผ่านแรงสั่นสะเทือนไปยังโครงสร้างอาคาร
- ในระบบขนาดใหญ่ อาจต้องใช้ Vibration Eliminator (ท่ออ่อน) เชื่อมต่อระหว่างคอมเพรสเซอร์กับท่อทองแดงเพื่อป้องกันท่อแตกร้าวจากแรงสั่น
- ระยะห่าง (Clearance): ต้องมีพื้นที่รอบเครื่องอย่างน้อย 50-60 ซม. เพื่อให้ช่างสามารถเข้าเซอร์วิส ตรวจเช็คกระแสไฟ หรือล้างทำความสะอาดได้สะดวก
2. ระบบท่อและการเชื่อม (Piping & Brazing)
- การทำความสะอาดท่อ: ก่อนเชื่อมต้องมั่นใจว่าท่อทองแดงไม่มีฝุ่นหรือความชื้น
- Nitrogen Purging (เทคนิคสำคัญ): ขณะเชื่อมท่อทองแดง “ต้อง” ปล่อยก๊าซไนโตรเจนแรงดันต่ำไหลผ่านท่อ เพื่อป้องกันการเกิดเกล็ดออกไซด์ (เขม่าดำ) ภายในท่อ ซึ่งเขม่านี้จะไปอุดตันวาล์วฉีดและทำลายคอมเพรสเซอร์
- Oil Trap (กับดักน้ำมัน): หากติดตั้ง Condenser สูงกว่าคอยล์เย็นเกิน 3 เมตร ต้องทำ U-Trap ที่ท่อทางดูด (Suction line) เพื่อช่วยให้น้ำมันคอมเพรสเซอร์ไหลกลับเข้าตัวเครื่องได้
3. กระบวนการเตรียมระบบ (System Preparation)
- Leak Test: ทดสอบรอยรั่วด้วยการอัดก๊าซไนโตรเจน (ห้ามใช้อากาศปกติหรือน้ำยาแอร์ทดสอบ) ทิ้งไว้ตามเวลาที่กำหนดเพื่อเช็คความดัน
- Evacuation (การทำสุญญากาศ): นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุด
- ต้องใช้เครื่อง Vacuum Pump ดูดอากาศและความชื้นออกจนได้ค่าต่ำกว่า 500 Microns * ห้ามใช้คอมเพรสเซอร์ในตัวเครื่องดูดสุญญากาศตัวเองเด็ดขาด เพราะจะทำให้ขดลวดมอเตอร์ไหม้
4. ระบบไฟฟ้า (Electrical Recommendations)
- สายไฟ: ต้องใช้ขนาดสายไฟ (Square mm) ที่รองรับกระแสสตาร์ท (LRA) ได้ตามสเปคหน้าเครื่อง
- Magnetic Contactor: ควรใช้ตัวคอนแทคเตอร์ที่มีคุณภาพเพื่อป้องกันหน้าสัมผัสไหม้ ซึ่งจะส่งผลให้คอมเพรสเซอร์ทำงานไม่ครบเฟสหรือไหม้ตามไปด้วย
- Protection Devices: สำหรับระบบใหญ่ ควรติดตั้ง Phase Protection เพื่อป้องกันไฟตก ไฟเกิน หรือไฟขาดเฟส
5. คำแนะนำทางเทคนิคเพื่อความทนทาน
ข้อควรระวังพิเศษ
-
- ปริมาณน้ำมัน:<span “> หากเดินท่อน้ำยายาวกว่ามาตรฐาน ต้องเติมน้ำมันคอมเพรสเซอร์เพิ่มตามสัดส่วนที่ผู้ผลิตระบุ
<li ” aria-level=”1″>
น้ำยาแอร์:
- <span “> การเติมน้ำยาต้องเติมตามน้ำหนัก (ชั่งกิโล) จะแม่นยำที่สุด การเติมเกิน (Overcharge) จะทำให้คอมเพรสเซอร์น็อคเพราะสถานะของเหลวเข้าตัวเครื่อง (Liquid Slug)
- Superheat & Subcooling:<span “> ช่างควรวัดค่าเหล่านี้เพื่อยืนยันว่าระบบทำงานได้สมบูรณ์ ไม่ใช่ดูแค่แรงดัน (Pressure) เพียงอย่างเดียว
กำลังมองหาระบบชิลเลอร์ เครื่องทำความเย็น
หรือห้องเย็นที่เชื่อถือได้อยู่ใช่ไหม?
ติดต่อเราวันนี้ เพื่อรับคำปรึกษาและประเมินหน้างานเบื้องต้นฟรี
เราพร้อมดูแลให้ระบบของคุณทำงานได้อย่างต่อเนื่องและคุ้มค่าที่สุด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ปัญหาด้านการทำงาน (Performance)
- ทำไมคอมเพรสเซอร์ถึงตัดบ่อย (Short Cycling)?
- สาเหตุ: อาจเกิดจากตั้งอุณหภูมิแอร์ต่ำเกินไป, คอยล์ร้อนสกปรกจนระบายความร้อนไม่ได้, หรือเซนเซอร์อุณหภูมิทำงานผิดปกติ นอกจากนี้อาจเกิดจากขนาดแอร์ใหญ่เกินไปสำหรับห้อง (Oversized)
- คอมเพรสเซอร์มีเสียงดังผิดปกติเกิดจากอะไร?
- สาเหตุ: มักเกิดจากลูกยางรองขาเสื่อมสภาพ, ใบพัดพัดลมหลวม, หรือชิ้นส่วนกลไกภายในคอมเพรสเซอร์ (เช่น ลูกสูบหรือลิ้นวาล์ว) เริ่มสึกหรอ
ปัญหาด้านไฟฟ้า (Electrical)
- คอมเพรสเซอร์ไม่สตาร์ท (คอมฯ ไม่เดิน) เกิดจากอะไร?
- สาเหตุ: ที่พบบ่อยที่สุดคือ “คาปาซิเตอร์ (Capacitor)” เสื่อมหรือเสีย นอกจากนี้อาจเกิดจากแมกเนติกคอนแทคเตอร์ (Magnetic Contactor) ไม่ทำงาน หรือสายไฟหลวม/ไหม้
- ทำไมคอมเพรสเซอร์ถึงกินกระแสไฟสูง (Overload)?
- สาเหตุ: ระบบระบายความร้อนที่คอยล์ร้อนอุดตัน, มีสิ่งสกปรกในระบบน้ำยาแอร์, หรือแรงดันน้ำยาสูงเกินไป (Overcharge)
การบำรุงรักษาและอายุการใช้งาน (Maintenance)
- คอมเพรสเซอร์มีอายุการใช้งานกี่ปี?
- คำตอบ: โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 10-15 ปี ขึ้นอยู่กับการติดตั้งที่ได้มาตรฐานและการล้างแอร์เป็นประจำ (อย่างน้อยทุก 6 เดือน)
- ต้องเปลี่ยนน้ำมันคอมเพรสเซอร์ (Compressor Oil) เมื่อไหร่?
- โดยปกติไม่ต้องเปลี่ยนตลอดอายุการใช้งาน เว้นแต่มีการรั่วไหลของน้ำยาครั้งใหญ่ หรือมีการซ่อมแซมระบบที่ทำให้ความชื้นเข้าสู่ระบบจนน้ำมันกลายเป็นกรด
ความเข้าใจผิดทั่วไป (Common Myths)
- ถ้าน้ำยาแอร์ขาด คอมเพรสเซอร์จะพังทันทีใช่ไหม?
- คำตอบ: ไม่พังทันที แต่คอมเพรสเซอร์จะร้อนจัด เพราะไม่มีน้ำยากลับไปช่วยระบายความร้อนที่ขดลวดมอเตอร์ หากปล่อยไว้นานเครื่องจะตัดการทำงาน (Overheat) และพังในที่สุด
- คอมเพรสเซอร์ Inverter ทนกว่าแบบธรรมดาจริงหรือ?
- ในแง่การทำงาน Inverter ถนอมเครื่องกว่าเพราะไม่มีการ “กระชาก” ตอนสตาร์ทบ่อยๆ แต่ระบบมีแผงวงจรไฟฟ้าที่ซับซ้อนกว่า ซึ่งอาจเสียหายได้ง่ายหากเกิดไฟกระชากหรือแมลงเข้าไปทำรัง